head-banlampra-min
วันที่ 20 ตุลาคม 2021 2:44 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านลำพระ
โรงเรียนบ้านลำพระ
หน้าหลัก » นานาสาระ » กล้องฟิลม์กับความทรงจำ

กล้องฟิลม์กับความทรงจำ

อัพเดทวันที่ 8 พฤศจิกายน 2020

กล้องฟิลม์กับความทรงจำ

กล้องฟิลม์กับความทรงจำ

กล้องฟิลม์กับความทรงจำ ชีวิตแสนสุขสบายเกิดมาบนกองเงินกองทองคงเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของใครหลายคน แต่ทว่าการได้มีเงินจับจ่ายใช้สอยอย่างเกินตัว ฟุ้งเฟ้อ จะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงจริงหรือ เมื่อ “ก้านพลู” เด็กสาวที่เกิดมาในตระกูลของมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยต้องมาเผชิญกับสิ่งที่จะมา เปลี่ยนแปลงชีวิต และความคิดของเธอไปตลอดกาลเมื่อถึงวันเกิดปีที่ 19 ของเธอซึ่งเดิมทีงานวันเกิดของเธอจะต้องถูกเนรมิตโดยพ่อและแม่ที่เอาใจเธอทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารรสเลิศ ของขวัญชิ้นใหญ่กว่าร้อยชิ้น วงดนตรีสดที่เธอและเพื่อนชอบ

แต่ทว่าได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับพ่อและแม่ของเธอที่ได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องได้รับการผ่าตัดใส่เหล็กเพื่อดามกระดูกบริเวณขาที่หักไป ก้านพลูรู้ข่าวร้ายก็เสียใจมากเธอรีบเดินทางมาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเสียใจมากที่เธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่ต้องมาเจ็บตัวและเกือบเสียชีวิตก็เพราะความอยากได้อยากมีของเธอคนเดียว จนทำให้ความรู้สึกผิดเริ่มตกตะกอนในใจของหญิงสาวมาตั้งแต่นั้น อีกทั้งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ย่าของเธอเรียกตัวเธอเข้าพบและออกคำสั่งให้เธอไปใช้ชีวิตเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่โฮมสเตย์ต่างจังหวัดที่เป็นอีกหนึ่งธุริกจย่อยของครอบครัว

ซึ่งก้านพลก็ทั้งตกใจทั้งอึ้งในเวลาเดียวกันไม่คิดว่าเธอจะต้องไปทำงานมาก่อนเพราะเธอนึกเข้าข้างตัวเองว่าโดยตลอดว่าครอบครัวเธอมั่งมีมากพอที่ทำให้เธอนอนสบาย ๆ อยู่บ้านและใช้เงินอย่างไม่มีวันหมด ไม่ต้องออกไปหางานทำเหมือนกับคนอื่น ๆ “แต่คุณย่าคะ…หนูไม่อยากไปนี่คะ ต่างจังหวัดแค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่ากันดารแค่ไหน สัญญาณมือถือเข้าไปถึงหรือยังก็ไม่รู้ หนูอยู่ไม่ได้แน่ ๆ ค่ะ แล้วหนูจะอัพไอจี เอ้ย โทรมาหาที่บ้านได้ยังไงล่ะคะ” ผู้เป็นย่าได้ฟังก็ถึงกับส่ายหัว “นี่หลานเราเองก็อายุ 19 ปีแล้วกำลังจะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะ

อีกอย่างถ้าไม่รู้จักทำงาน จะใช้แต่เงินอย่างเดียวมันไม่ถูก ลูกหลานครอบครัวเศรษฐีที่ต่อไปต้องรับช่วงธุรกิจต่อต่างก็ต้องผ่านบททดสอบพวกนี้กันทั้งนั้น ถ้าหลานทำไม่ได้ สงสัยว่ามรดกทั้งหมดของตระกูลคงต้องบริจาคให้เด็ก ๆ ที่ไร้โอกาสทั่วประเทศแล้วกระมัง” “ทำได้ค่ะ ก้านพลูทำได้ อย่าเพิ่งตัดหนูออกจากกองมรดกนะคะคุณย่า” “แหม่…หวงสมบัติจริงนะ แล้วย่าจะคอยดูว่าจะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า”

หลังจากจบบทสนทนานี้ ก้านพลูก็แทบจะสิ้นสติเพราะการรับปากออกไปแบบนั้นทั้ง ๆ ที่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่า แล้วถ้าทำไม่ได้ขึ้นมาล่ะ แต่เมื่อคิดให้ดีแล้วก็พบว่ามันเป็นเรื่องถูกต้องแล้วเพราะเธอจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชื่อในกองมรดกเอาไว้ให้ได้ ไม่งั้นชะตาเธอต้องแย่แน่ จากนั้นไม่กี่วันก้านพลูก็ต้องเดินทางไปที่จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคเหนือของไทยซึ่งที่นั่นอยู่ในป่าลึก และห่างไกลจากตัวเมืองค่อนข้างมากทีเดียว

เมื่อไปถึงเธอก็พบว่าที่นี่กันดารมากอย่างที่เธอคาด แต่มันก็โชคดีที่ยังมีสัญญาณมือถือ แต่ทว่ามือถือของเธอกลับรับสัญญาณไม่ได้นี่สิที่ทำให้เธอเซ็งสุด ๆ ถึงแม้เด็กสาวจะเตรียมตัวเตรียมใจกับความยากลำบากในตลอดเวลา 6 เดือนที่มาเป็นพนักงานที่นี่แล้วก็ตาม แต่เมื่อได้มาอยู่จริง ๆ กลับพบว่ามันยากเย็นเกินกว่าที่เธอคาเดาไว้เยอะ

ทั้งน้ำที่ต้องไปอาบจากโอ่งแทนที่จะได้นอนแช่อ่างจากุชชี่อย่างที่เธอทำเป็นประจำ อาหารที่เป็นอาหารพื้นถิ่นที่ทำจากวัตถุดิบแปลก ๆ ที่เธอไม่เคยกินแทนที่อาหารสุดหรูที่เธอมักให้คนครัวทำให้ สภาพบ้านที่เป็นคล้าย ๆ ไม้สักผสมปูนที่ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกอะไรเลย จนทำให้เธออดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ว่าจะมีคนประเภทไหนตัดสินใจมาพักที่แบบนี้ด้วยหรือ

“พี่หนูถามจริงนะ คนประหลาดที่ไหนเขาเลือกมาพักที่แบบนี้กันเนี่ย คิดได้ไงอะลำบากจะตาย” ก้านพลูโพล่งถามพี่ชายตรงหน้าที่ช่วยเธอยกกระเป๋าขึ้นมาบนห้อง “ก็คนที่เขาต้องการความสงบและหลีกหนีความวุ่นวายในตัวเมืองไง” ผู้ชายคนนี้เดินออกไปโดยไม่ได้รอคำตอบกลับหรือความเห็นเพิ่มเติมจากเด็กสาว ความจริงแล้วเขาชื่อ “พฤกษ์” เป็นผู้จัดการของโฮมสเตย์ที่คุณย่าของก้านพลูไว้ใจมาก ๆ ว่าเขาจะสามารถทำให้นิสัยและทัศนคติของหลานสาวเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย

ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ก้านพลูมักลืมตัวนึกว่าตนยังสามารถเล่นโซเชียลได้ เธออยากอัพไอจีว่าได้มาอยู่ที่ไหน ได้ทำอะไรเหมือนอย่างเคย “นี่พี่พฤกษ์ถามจริงพี่ไม่เบื่อบ้างหรออยู่ที่นี่อะ โซเชียลก็ไม่ได้เล่น” “ไม่เบื่อพี่ชอบแบบนี้ไปแล้วสิ โซเชียลพวกนั้นมันมีโทษที่เราคาดไม่ถึงด้วยนะ ยิ่งเราพยายามทำตัวให้สังคมออนไลน์ยอมรับเท่าไร เราก็จะสูญเสียตัวตนไป” “อืม ก็อาจจะจริง แต่หนูชินกับการอัพสตอรี่ไอจีมากอะ พอมาเป็นแบบนี้แล้วแปลก ๆ จัง”

ผู้ชายตรงหน้าได้ยินก็ได้ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเป้ใบใหญ่ของเขา ก่อนจะยื่นกล้องฟิลม์ตัวเก่าให้กับก้านพลู “กล้องหรอพี่ หนูไม่ได้เห็นนานมากแล้วนะ กล้องฟิลม์ซะด้วย เขาเลิกใช้กันไปนานแล้ว เดี๋ยวนี้เขาใช้แต่กล้องมือถือ” “เธอไม่รู้อะไร ภาพจากกล้องฟิลม์เนี่ยแหละมีคุณค่าต่อจิตใจสุด ๆ เพราะกว่าจะได้ภาพมามันไม่ได้ฉาบฉวยเหมือนที่ใช้มือถือถ่ายนี่ เอาไปลองใช้ดูรับรองติดใจ” เด็กสาวรับกล้องตัวเก่ามาในมืออย่างสงสัยว่าเธอจะติดใจเจ้าสิ่งนี้ได้จริงงั้นหรอ

เวลาผ่านไปหลายเดือนก้านพลูก็สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้เป็นอย่างดี ผลพวงของการบำบัดพฤติกรรมที่พฤกษ์ได้ให้เธอทำ ทำให้เธอเป็นคนที่ใจเย็นขึ้น มีสติ ไม่มีชีวิตที่อยากโอ้อวดกับใคร พอใจกับสิ่งที่ตนเองนั้นมีอยู่มากกว่าการคาดหวังกับสิ่งในอนาคตหรือสิ่งที่จะได้จากคนอื่น นอกจากนี้จากนั้นเธอก็มีความสุขกับการได้ถ่ายภาพจากกล้องฟิลม์มาโดยตลอดและเชื่อแล้วว่า ภาพที่ได้มามันช่างมีคุณค่าจริง ๆ 

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านลำพระ
โรงเรียนบ้านลำพระ
โรงเรียนบ้านลำพระ
โรงเรียนบ้านลำพระ