head-banlampra-min
วันที่ 20 ตุลาคม 2021 1:04 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านลำพระ
โรงเรียนบ้านลำพระ
หน้าหลัก » นานาสาระ » โดนเพื่อนเทที่มุมไบ

โดนเพื่อนเทที่มุมไบ

อัพเดทวันที่ 15 พฤศจิกายน 2020

โดนเพื่อนเทที่มุมไบ เหลือตัวคนเดียวเที่ยวยังไง

โดนเพื่อนเทที่มุมไบ
โดนเพื่อนเทที่มุมไบ เหลือตัวคนเดียวเที่ยวยังไง จากการวางแผนมาเที่ยวประเทศอินเดียแบบเดินทางคนแยวแต่มีเพิ่อนที่เป็นชาวอินเดียที่จะคอยพาเราเที่ยวในช่วงที่อยู่อินเดีย กลายเป็นเพื่อนชาวอินเดียมารอรับเราที่สนามบินวันแรกและพาเที่ยวบาง สถานที่ที่เราอยากไป แต่ช่วงเย็นเพื่อนเรามีงานด่วนเลยเทเราจนเกลี้ยงเลยค่ะ ประสบการณ์เที่ยวคนเดียวในประเทศอินเดียก็เริ่มขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีแผนการใดใดทั้งสิ้น 

ต้องบอกก่อนว่าเราเดินทางมาประเทศอินเดียครั้งแรกและเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกเช่นเดียวกันค่ะ เรียกได้ว่าประสบการณ์การเอาตัวรอดในต่างแดนยังน้อยนัก แต่เรามาถึงที่นี่แล้วจะกลับก็ไม่ได้ละค่ะ วันแรกเพื่อนเราพาเที่ยวประตูชัยอินเดียและพาไปวักพระแม่ลักษมี เดินกินสตรีทฟู้ดที่เป็นมังสวิรัติเพราะเพื่อนเราเป็นมังสวิรัติค่ะ เราก็แบบด้วยความเป็นคนกินเนื้อสัตว์มาตลอดพอไม่ได้กินขาดไปก็เหมือนขาดใจวันแรกพอกลับโรงแรมเลยต้องรีบสั่งข้าวผัดไก่มากิน กลับเข้าห้องได้ถึงกับบอกกับตัวเองว่าพรุ่งนี้ต้องได้กินอาหารไทย  

 

พอเราตัดสินใจได้ก็ทำการค้นหาร้านอาหารไทยในเมืองมุมไบทันทีแล้วก็ไปเจอกับร้านแห่งหนึ่งเรารีบบันทึกที่อยู่ไว้ทันที เช้าวันรุ่งขึ้นเราไม่สนใจอาหารเช้าที่โรงแรมเลยค่ะ เรารีบออกไปเรียกสามล้อแล้วเอาภาพที่อยู่ของร้านอาหารให้คุณลุงสามล้อดูทันที แกก็ว่าไปถูกให้ขึ้นรถเลย เราใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมที่พักละแวกชายหาดจูฮู ไปถึงปลายทางใช้เวลาประมาณ 40 นาทีได้ค่ะ สถานที่รอบรอบเป็นอาคารสูงดูแล้วเหมือนเป็นย่านธุรกิจ ร้านอาหารไทยร้านนี้ตั้งอยู่ชั้น G ตึก Raheja Tower ค่ะ เราไปถึงตอนแรกคุณลุงหาตึกไม่เจอเราบอกจะขอลงแถวแถวนั้น คุณลุงบอกไม่เป็นไรแกก็พาเราวนถามคนรอบๆ สุดท้ายแกส่งเราที่ข้างตึกเลยค่ะ  

 

พอเราลงจากรถเดินมานิดเดียวเราก็เจอร้านอาหารชื่อ NaRa Thai India มีที่นั่งแบ่งเป็นสองโซนค่ะ ด้านในจะติดแอร์ด้านนอกก็นั่งชมวิวรับลม ตอนเราไปยังไม่ร้อนมากเราเลยเลือกนั่งด้านนอกไม่ใช่จะรับลมร้อนนะคะ แต่เราอยู่ในห้องแอร์ที่โรงแรมมาทั้งคืนแล้วเลยอยากพักความเย็นในร่างกายบ้าง อาหารไทยที่เราสั่งก็เมนูพื้นฐานที่คนไทยนิยมเลยค่ะ นั่นก็คือต้มยำกุ้ง ตามด้วยผัดมะเขือยาวและเพิ่มความเปรี้ยวซี๊ดกับลาบไก่ พร้อมสั่งน้ำอัดลมมาด้วยเรียกว่าเหมือนเก็บกดอะค่ะ เพราะไม่ได้กินเนื้อสัตว์และเจอแต่เมนูเครื่องเทศ รสชาติที่เรากินไปคำแรกบอกเลยว่าไทยแท้แน่นอน

เราเลยถามจากพนักงานว่าคนปรุงอาหารเป็นคนไทยใช่หรือเปล่า และคำตอบก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะแม่ครัวที่ทำกับข้าวของร้านเป็นสาวไทยที่ทำอาหารอร่อยมาก เรากินมื้อนี้แบบรู้สึกชื่นใจมากเลยค่ะ หายคิดถึงอาหารไทยลงไปนิดนึง พอกินเสร็จเราก็ออกเดินทางไปแบบบุกเดี่ยวเพราะเพื่อนส่งข้อความมาบอกว่าติดงานมาหาไม่ได้ เราเลยเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งใกล้ใกล้ประตูชัยของอินเดียค่ะ เพราะเมื่อวานตอนเพื่อนเราพาไปเราจำได้ว่ามีตลาดและร้านขายของเยอะมาก แต่เมื่อวานเรายังไม่ทันได้เดินดูค่ะ เพราะเพื่อนเรารีบพากลับไปส่งที่โรงแรม 

 

เรานั่งแท็กซี่มาลงใกล้ประตูชัยอินเดียค่ะ เดินเลาะไปตามถนนก็เจอร้านขายของที่เราผ่านเมื่อวาน เดินเล่นดูของไปเพลินเพลินได้ของฝากบ้างเล็กๆน้อยๆ ส่วนใหญ่ของก็คล้ายๆที่ประเทศไทยค่ะ แต่ก็จะมีพวกผ้าคลุม กำไลข้อมือ ต่างหู และเสื้อผ้าแบบอินเดีย ชุดส่าหรีอะไรแบบนี้ด้วย เรียกว่าเดินจนลืมเมื่อยเลยค่ะ เวลาซื้อของที่อินเดียต่อราคาได้นะคะ ส่วนใหญ่เขาก็จะลดให้ค่ะ มากน้อยแล้วแต่ความสามารถของแต่ละคนนะคะ แต่ถึงต่อราคายังไงก็นึกถึงความเป็นไปได้ด้วยนะคะ 

 

หลังจากที่เราเดินจนเริ่มเมื่อยก็เรียกรถสามล้อค่ะ แต่เรายังไม่มีจุดหมายปลายทางเลยบอกให้ไปส่งเราที่วัดที่ใกล้ที่สุดจากตรงที่เราอยู่ เรานั่งรถไปได้สัก 20 นาที สามล้อก็จอดที่วัดแห่งหนึ่งคนไม่มากนักเราเดินดูบรรยากาศรอบรอบ ที่วัดนี้มีคนเข้ามาไม่เยอะและเท่าที่เห็นและมองดูจะเจอแต่คนอินเดียค่ะ ไม่มีนักท่องเที่ยวเราอยู่ในวัดสักพักก็เดินออกมาแล้วไปแวะดื่มชาของอินเดียแถวๆวัดนั่นแหละค่ะ ราคา 10 รูปีเท่านั้นเอง อร่อยและหอมมากๆ เราเดินไปร้านใกล้ๆ ร้านที่ขายชา ก็จะมีร้านขายโดซ่า (Dosa) อันใหญ่ยักษ์ เราชอบกินค่ะถึงจะเป็นอาหารมังสวิรัติแต่อร่อยมาก ยิ่งทำใหม่ๆร้อนๆ ยิ่งฟินเลยค่ะ เราชอบกินมากเป็นไส้มันฝรั่งที่ปรุงมาแล้ว แล้วมีน้ำแกงให้กินคู่กันอีก แต่ละร้านก็จะรสชาติแตกต่างกันแต่ก็ไม่มากค่ะจากเท่าที่ได้ลองกินมา  

 

พอเรานั่งพักและกินโดซ่า (Dosa) จนหมดเราก็ออกเดินทางต่อค่ะ แต่รอบนี้เรานึกออกพอดีว่าจะไปที่ไหน เลยนั่งรถสามล้อไปลงที่ Linking Road ค่ะ พอดีว่าตอนนั่งรถผ่านเราเห็นเขามีของขายตลอดแนวถนนเลย เราเลยไปลงตรงนั้นค่ะ เราเดินเล่นซื้อของอยู่อีกสักพักก็หาของกินค่ะ ขาดไม่ได้เนอะเรื่องอาหาร จากที่เราลงรถเดินต่อมาอีกหนุ่งแยกจะเจอร้าน KFC ลุงผู้พันแบบที่ประเทศไทยนี่ละค่ะ แล้วฝั่งตรงข้ามจะเป็นร้าน MC Donald มีแฮมเบอร์เกอร์และไก่ทอดเหมือนที่ประเทศไทยเลยค่ะ

เราซื้อ KFC ใส่กล่องเพื่อเอากลับไปกินที่โรงแรมเพราะว่าเพิ่งกินมาไม่นานยังไม่ทันหิว ราคาก็พอๆกับที่ไทยเลยค่ะ เดินเข้าซอยมาอีกนิดทางผ่านก็จะมีร้านขายเสื้อผ้า เยอะมากๆ แต่ที่นี่เราว่าของคล้ายที่ประเทศไทยเลยค่ะ เป็นเหมือนเสื้อผ้าแฟชั่นที่สามารถหาได้ที่บ้านเรา เข้ามาจากปากซอยไม่ไกลมากจะเจอร้านกาแฟแบรนด์นางเงือกซึ่งเราผู้โหยหาน้ำเย็น และเป็นคนติดน้ำแข็งมากๆ ก็ไม่พลาดค่ะ รับเดินเข้าไปจัดการสั่งมาดื่มให้ชื่นใจ นั่งพักชมบรรยากาศตรงนี้สักพักฟ้าเริ่มมืดค่ะเราเลยเรียกสามล้อให้ไปส่งที่โรงแรม โรงแรมที่เราพักอยู่ตรงชายหาดจูฮูค่ะ พอถึงห้องเราก็ไปล้างหน้าล้างตานิดหน่อยแล้วลงมาเดินเล่นตรงชายหาด ช่วงค่ำๆยังมีคนอยู่ที่ชายหาดเยอะเลยค่ะ เรียกว่าครึกครื้นเลยก็ว่าได้ เราชอบนั่งมองผู้คนมองดูการใช้ชีวิตจากเมื่อวานที่เรารู้สึกว่าเราน่าจะอยู่ยากเพราะเรื่องอาหารการกินแต่ตอนนี้ปัญหานั้นหมดไปและทำให้เรามองเห็นเสน่ห์ของคนอินเดียเพิ่มมากขึ้นค่ะ เรียกได้ว่าคืนนี้กลับขึ้นห้องนอนหลับฝันดีเลยเชียว 

 

 

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านลำพระ
โรงเรียนบ้านลำพระ
โรงเรียนบ้านลำพระ
โรงเรียนบ้านลำพระ