head-banlampra-min
วันที่ 20 ตุลาคม 2021 2:24 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านลำพระ
โรงเรียนบ้านลำพระ

ธรรมชาติมหัศจรรย์

  • 0 ตอบ
  • 201 อ่าน
ธรรมชาติมหัศจรรย์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2020, 10:34:43 AM »
ธรรมชาติมหัศจรรย์

         ธรรมชาติให้อะไรกับมนุษย์มากมาย บางครั้งให้คุณ บางครั้งให้โทษ บางครั้งละมุน บางครั้งเกรี้ยวกราด บางครั้งงดงาม บางครั้งน่าเกรงขาม สำหรับคนที่มีอายุพอสมควร มีโอกาสได้เห็นธรรมชาติในรูปแบบที่หลากหลายมากพอ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าธรรมชาตินั้นมีความมหัศจรรย์เพียงไหน หลายคนอาจรู้สึกประทับใจ ประหลาดใจ ตื่นตาตื่นใจ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ได้พบแล้วเกิดความอยากค้นหาว่า ปรากฏการณ์ธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ นั้น มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ในวันนี้เราจะมาหาคำตอบกันค่ะ

รุ้งกินน้ำ
        หนึ่งความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นหลังฝนตก ซึ่งทำให้บรรยากาศฟ้าหลังฝนกลายเป็นบรรยากาศของความสุข และสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนได้หลังผ่านความมืดมนของเมฆหมอก นั่นก็คือการได้เห็นสายรุ้งสีสวยพาดโค้งอยู่บนท้องฟ้าไกลๆ เบื้องหน้า สายรุ้ง หรือที่ชาวบ้านมักเรียกกันติดปากว่า “รุ้งกินน้ำ” เป็นปรากฎการณ์ตามธรรมชาติ ที่เกิดจากการหักเหของแสงจากดวงอาทิตย์ผ่านละอองน้ำในอากาศ ทำให้มองเห็นเป็นแถบสีต่างๆ ทั้งหมด 7 สี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด และแดง ซึ่งที่จริงแล้ว สีเหล่านี้ก็คือสีของแสงอาทิตย์ปกติ แต่เราจะไม่สามารถมองเห็นได้ หากไม่มีสายรุ้งเกิดขึ้น สายรุ้งมักจะเกิดในช่วงเวลาหลังฝนตก และหลายๆ ครั้ง เราก็ยังสามารถเห็นสายรุ้งได้มากกว่า 1 สายพร้อมๆ กันอีกด้วย


ลูกเห็บ
      ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคมของทุกปี ประเทศไทยเราจะถือเป็นช่วงของฤดูฝน แต่ละภาคแต่ละจังหวัดจะมีปริมาณน้ำฝนที่ตกมากน้อยแตกต่างกันออกไป บางปีอาจมีพายุเข้าหลายครั้งหลายลูก บางจังหวัดอาจโดนหนักถึงขั้นเกิดอุทกภัย ดังที่เห็นเป็นข่าวกันอยู่เสมอๆ  นอกจากฝนแล้ว ยังมีอีกสิ่งที่น่าสนใจ และไม่ได้เกิดให้เห็นกันบ่อยนัก นั่นก็คือ “ลูกเห็บ”
       ลูกเห็บ เป็นก้อนน้ำเหมือนน้ำแข็ง รูปร่างไม่แน่นอน เกิดจากละอองหยาดฝนที่เย็นจัด ปะทะกับวัตถุแข็ง เช่น เศษฝุ่นในอากาศ แล้วแข็งตัวเกาะรอบวัตถุนั้นๆ เป็นก้อนลูกเห็บ เมื่อก้อนมีขนาดใหญ่กระทั่งมีน้ำหนักเกินกว่าจะลอยอยู่ในอากาศได้จึงตกลงมา ลูกเห็บมักจะมาพร้อมกับฝนที่ตกอย่างรุนแรง และอากาศหนาวเย็นร่วมด้วย เราเรียกกันว่า “ฝนลูกเห็บ”


หิมะ
        แม้อากาศในบ้านเราไม่เอื้อให้เกิดหิมะสักเท่าไหร่ แต่เราก็มีโอกาสได้สัมผัสหิมะกันบ้างจากการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ และก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าเกล็ดน้ำแข็งสีขาวราวกับปุยนุ่นนี้ มันเกิดมาจากอะไร
         หิมะ เกิดจากละอองน้ำในอากาศมาเกาะตัวกันเกิดการควบแน่น ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส หรือ 32 องศาฟาเรนไฮน์ แล้วตกลงมาในรูปผลึกน้ำแข็ง หิมะจะมีเนื้อที่หยาบเป็นเกล็ดๆ และมีโครงสร้างกลวงจึงนุ่มมือเมื่อสัมผัส โดยเกล็ดของหิมะ จะเป็นแฉกๆ คล้ายรูปดาว 6 แฉก
     
ฝนดาวตก
         หลายคนเคยเหม่อมองฟ้ายามค่ำคืนแล้วรู้สึกอัศจรรย์ใจกับปรากฏการณ์บางอย่างบนท้องฟ้า แต่ไม่สามารถจำกัดความได้ว่า สิ่งที่เหมือนดวงดาวที่ตกลงมาเป็นสายพร้อมๆ กันนั้นมันเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่
       “ฝนดาวตก”  เกิดจากการที่โลกได้โคจรฝ่าเข้าไปในธารอุกกาบาต สิ่งที่เราเห็นว่าเป็นดาวที่ตกพร้อมๆ กันหลายๆ ดวงนั้น แท้จริงเป็นเศษขยะของดาวหางที่ได้เคยโคจรผ่านมาได้ทิ้งเอาไว้ เมื่อโลกเคลื่อนที่ฝ่าเข้าไป เศษขยะเหล่านั้นก็พากันตกลงสู่ชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้มองดูคล้ายกับดาวตกอย่างที่เราได้เห็นกัน และเนื่องจากมีอัตราการตกที่ถี่กว่าปกติเหมือนสายฝน เราจึงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ฝนดาวตก

แสงเหนือแสงใต้
          แม้จะเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถหาดูได้ง่ายนัก แต่ก็เชื่อแน่ว่ามีหลายคนที่อยากจะได้ไปเห็นใกล้ๆ ให้เป็นบุญตาซักครั้งในชีวิต
          แสงเหนือแสงใต้ มักจะเกิดที่ความสูงระหว่าง 100-200 กิโลเมตร บริเวณขั้วโลกและขั้วแม่เหล็กโลก เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากอนุภาคพลังงานสูง เคลื่อนที่มากระทบกับสนามแม่เหล็กโลกในชั้นบรรยากาศ เกิดเป็นแสงสวยงาม หากเกิดที่ซีกโลกเหนือ จะเรียกว่า "แสงเหนือ" (aurora borealis) หากเกิดที่ซีกโลกใต้ เราก็จะเรียกว่า "แสงใต้" (aurora australis)


ทะเลแหวก
       ปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดในประเทศไทยของเรานี่เอง ซึ่งเป็นที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ “ทะเลแหวก” ที่จังหวัดกระบี่
       “ทะเลแหวก” เกิดขึ้นจากอิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลง และสันทรายของเกาะ 3 เกาะ ซึ่งมีสันฐาณติดกัน และในตำแหน่งที่พอดีกับทิศที่กระแสน้ำพัด จึงเกิดการทับถมของทราย เกิดเป็นแนวสันทรายเชื่อมเกาะทั้งหมดเข้าด้วยกัน เมื่อน้ำขึ้นเรามองจะไม่เห็นสันทรายนี้ แต่ช่วงน้ำลงจะมองเห็นเป็นหาดทรายสีขาวยาวเหยียด เป็นทางเชื่อมกันทั้ง 3 เกาะ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปมาระหว่างเกาะได้ คล้ายทะเลแหวกทางให้ เป็นความสวยงามตามธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์


น้ำตก
       เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาชมได้ไม่ยากนัก แต่ก็เป็นที่ประทับใจต่อผู้พบเห็นได้มากมาย จนอยากกลับไปเที่ยวชมซ้ำแล้วซ้ำอีก
       “น้ำตก” เกิดจากน้ำใต้ดินที่อยู่บนเขาสูง ไหลมารวมตัวกันจากหลายๆ ที่ เมื่อรวมกันหลายสายก็กลายเป็นน้ำขนาดใหญ่ ไหลตกลงมาบนแผ่นดินที่ต่ำกว่า โดยมีพลังไหลของน้ำที่รุนแรง มีการกัดเซาะดินและหินที่อยู่ในแนวการไหลของน้ำ นานเข้าก็เกิดเป็นผาน้ำตกสูงชัน ส่วนตอนล่างจะเกิดเป็นแอ่งลึก เราเรียกมันว่าแอ่งฐานน้ำตก การเที่ยวน้ำตกมีข้อจำกัดเรื่องฤดูกาล จะชมความงามของน้ำตกอย่างสมบูรณ์ต้องไปในช่วงที่น้ำกำลังพอดี เพราะถ้าไปช่วงน้ำแห้ง เราคงแทบไม่ได้ชมความสดชื่นของน้ำตกกันเลย หรือถ้าไปช่วงน้ำหลาก หรือฝนตกมากเกินไป ก็อาจเกิดอันตรายจากน้ำป่า น้ำไหลทะลักลงมาจากภูเขา ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

      ความงามตามธรรมชาตินั้น เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มิอาจเทียบเป็นมูลค่าได้ หลายปรากฏการณ์ธรรมชาติต้องใช้เวลานานหลายชั่วอายุคนจึงสามารถสร้างสิ่งสวยงามให้มนุษย์ได้ชื่นชมอย่างเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ได้ บรรดานักอนุรักษ์ทั้งหลายจึงเฝ้าย้ำเตือนนักท่องเที่ยวอยู่เสมอว่า เมื่อเที่ยวชมธรรมชาติเสร็จแล้ว คุณโปรดอย่าได้ทิ้งอะไรเอาไว้ (ความหมายคือ พวกขยะต่างๆ) และอย่าได้คว้าอะไรติดมือไปเป็นอันขาด (ความหมายคือ สิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น เปลือกหอย ดอกไม้ ก้อนหิน ฯลฯ) เพื่อธรรมชาติจะได้อยู่เป็นความงามคู่โลกไปอีกนานแสนนาน



โรงเรียนบ้านลำพระ