head-banlampra-min
วันที่ 1 ธันวาคม 2021 8:15 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านลำพระ
โรงเรียนบ้านลำพระ

อ่างศิลา

  • 0 ตอบ
  • 288 อ่าน
อ่างศิลา
« เมื่อ: ธันวาคม 14, 2020, 10:22:43 AM »
อ่างศิลา

อ่างศิลา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าอ่างหิน อยู่ใน จ.ชลบุรี ไม่ห่างจากกรุงเทพ ฯ เท่าไหร่ เป็นแหล่งทำครกหินที่ใหญ่ และดีที่สุดในประเทศไทย และเป็นแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากมีวัด ที่มีวิหารที่สวยงาม และยังมีร้านขายอาหารทะเลตากแห้ง ร้านของฝากของกินอีกนับไม่ถ้วนเพราะเรียงแถวกันยาวเหยียดนับร้อยเมตรทีเดียว

อ่างศิลา หรืออ่างหินมีเส้นทางต่อเลยไปยังบางแสนซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อีก เป็นเส้นทางเรียบริมชายทะเลที่มีหมู่บ้านชาวประมงอยู่กันเรียงราย เส้นทางสายนี้สามารถย้อนกลับไปออกถนนสุขุมวิทได้อีกด้วย หรือจะย้อนกับทางเก่าเลี้ยวขวาไปซื้อข้ามหลามที่หนองมนก็ยังได้

แต่มีที่เที่ยวใหม่อีกแห่งได้แก่วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม เป็นวิหารที่สร้างใหม่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เป็นวิหารที่งดงามมาก มีบางคนบอกว่าสวยกว่าวิหารเซียนที่อยู่ในวัดญาณสังวรารามเสียอีก ดังนั้นต้องไปให้เห็นกับตาจะได้พูดได้เต็มปาก อ่างศิลาจะมีทางเลี้ยวขวาตรงหลักกิโลที่ 100 พอดี มีสัญญาณไฟให้เลี้ยวได้อย่างปลอดภัย ขับเข้าไปจะผ่านตลาดอ่างศิลา สะพานปลา เขาสามมุก แหลมแท่น และถึงบางแสน ก็ไปออกถนนสุขุมวิทได้อีกอย่างที่บอกไปแล้ว เลี้ยวขวาก็ถึงตลาดหนองมน เส้นทางที่จะไปอ่างศิลามีแหล่งท่องเที่ยวทั้งใหม่และเก่าตามรายทาง ดังนี้

วัดเสม็ด มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ไม่เหมือนที่ไหน วัดนี้อยู่ไม่ห่างจากปากทางเข้า ด้านขวามือ ความแปลกอยู่ที่ภาพวาดในโบสถ์ มีภาพการปลงกรรมฐาน โดยวิธีพิจารณาอสุภะ หรือพิจารณาซากศพ ภาพท้องถิ่งเก่าของเมืองชลบุรี เช่น ภาพชาวบ้านหาหอยด้วยวิธีใช้ไม้กระดานถีบไปบนพื้นเลน

แหล่งแกะสลักหิน ไม่เพียงทำเฉพาะครกหิน หรือลูกนิมิตเท่านั้น ยังมีการแกะสลักอื่น ๆ อีก เช่น โคมไฟ รูปสัตว์สวยงามต่าง ๆ มีขายกระจายกันออกไป

ตลาดเก่าและท่าหอย อยู่สุดทางที่จะไปยังบางแสนเป็นถนนเลียบชายทะเลที่ไม่มีหาดทราย แต่จะเป็นฟาร์มเลี้ยงหอยนางรม จะเห็นได้ในเวลาน้ำลง ชาวประมงจะนำหอยนามรม แลหอยแมลงภู่มาขายตอนเช้า ถ้าต้องการก็ให้มาแต่เช้าก็จะได้ของสด ๆ ไปย่างกินราคาไม่แพงมาก

พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี อยู่เลยโค้งไปหน่อยเป็นตึกแถวสองหลังปลูกอยู่ไกล้กัน หลังแรกสีแดงอยู่ทางขวามือ หลังใหญ่สีขาวอยู่ซ้ายมือ เป็นตึกที่สร้างขึ้นในสมัย ร.๔ มีชื่อว่า อาศรัยสถาน ใช้เป็นที่พักคนเจ็บป่วย หลังใหญ่สีขาวสร้างโดยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ หลังเล็กสีแดงสร้างโดย เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ต่อมาในสมัย ร.๕ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าให้บูรณะขึ้นมาใหม่ แล้วพระราชทางนามให้ว่า ตึกมหาราชสำหรับหลังใหญ่สีขาว ส่งหลังเล็กสีแดงให้ชื่อว่าตึกราชินี ปัจจุบันจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ

วัดอ่างศิลา อยู่ทางด้านซ้ายมือ มีอุโบสถสมัย ร.๓ เป็นโบสถ์ที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา ส่วนภายในมีศิลปะและวัฒนธรรมสมัย ร.๔ มีภาพจิตรกรรมในพระอุโบสถ และนมัสการพระพุทธบาทในมณฑป ส่วนวิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม ได้แก่ วิหารจีน เห็นแล้วก็ต้องยอมรับว่าสวยสมกับที่ได้อ้างไว้แต่แรก มีความสูงใหญ่ ทีที่จอดรถได้หลายสิบคัน เมื่อเข้าประตูวิหารไปแล้ว ทางซ้ายมีวิหารแม่นางธรณีกำลังก่อสร้างอยู่ ติดกันมีศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม พันมือ แต่เดิมเป็นศาลเจ้าเล็ก ๆ มูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ สร้างเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรต์เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙ เจริญพระชนมายุได้ ๗๒ พรรษา เมื่อสร้างแล้วเสร็จจึงเปิดให้เข้าชมได้ มีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่เศษ องค์สมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาเป็นประธาน ในพิธีเททองหลือพระพุทธรูป 7 องค์และได้พระราชทานพระบราสารีริกธาตุอีก 9 องค์ การก่อสร้างมีความประณีตเป็นอย่างมาก มีอาคารสูง 3 ชั้น ที่เสาทุกต้นจะมีมังกรพันรอบเสา มีสระบัว ชั้นล่างมีเทพประทับนั่งอยู่หลายองค์ ทีทั้งพระกษิติกรรมาโพธิสัตว์ พระตี่ฉั่ว อ้วนผ่อสัก โปรดสัตว์ในนรก ส่วนชั้นที่ 2 จะเป็นชั้นของเทพต่าง ๆ หลายองค์สร้างได้สวยงามทุกองค์ ชั้น 3 จะเป็นชั้นของพระโพธิสัตว์ในปางต่าง ๆ ผู้เข้าชมจะได้ชมอย่างสบายไม่ร้อนเพราะดิตเครื่องปรับอากาศทุกชั้นทุกห้อง ภายในมีห้องสุขาให้ใช้ได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย
ออกจากวิหารเทพสถิต เดินเลี้ยงซ้ายมาจะมีร้านขายอาหารตั้งเรียงรายอยู่หลายสิบร้าน ขายอาหารทะเลสด ๆ น่ารับประทานมาก เลยไปหน่อยก็จะถึงศาลาฤาษีเขาสามมุข มีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ประทับนั่งอยู่บริเวณทางเข้า ที่วิหารเมตตาข้างบันไปมีมังกร และพระฤาษีวิสวมิ หรือครูเทพ ที่เป็นรูปปั้น มีทั้งพระจีน พระพิฆเนศ มีป้ายเขียนชื่อบอกไว้ทุกองค์ เป็นที่ถ่ายรูปเป็นที่รถลึกได้อย่างดี

ศาลเจ้าแม่สามมุขจีน จากศาลฤาษี เดินเลี้ยงขวาไปอีกไม่ไกลประมาณ 500 เมตร จะมีทางแยกเข้าศาลเจ้าแม่สามมุขจีน ที่มีคำว่าจีนอาจเป็นเพราะสร้างในแบบจีนนั่นเอง เป็นศาลที่สร้างใหม่ ส่วนศาลเก่าอยู่ห่างออกไปไม่ไกลแต่เล็กกว่ามาก และเป็นศาลไทย เนื่องจากมีตำนานเล่าไว้ว่า มีชายชื่อแสนและสาวชื่อมุขทั้งคู่รักกันมาก แต่ไม่สมหวังจึงได้มาจบชีวิตที่ตรงนี้ตามที่ได้สาบานไว้ ส่วนอีกตำนานได้กล่าวว่า เดิมทีเขาสามมุขเป็นถ้ำใหญ่ ที่มีทรัพย์สมบัติมากมาย ทั้งเพชรนิลจินดา ถ้วยโถโอชามล้วนมีค่ามหาศาล ซึ่งเป็นของเจ้าแม่สามมุข เวลาทีงานบุญชาวบ้านก็มักจะเข้าไปขอยืมมาใช้ ต่อมามีการยืมไปแล้วไม่เอามาคืน เจ้าแม่จึงปิดถ้ำไม่ให้ใครเข้าออกอีก เจ้าแม่นั้นเป็นที่รักและเคารพของคนทั่วไป ทั้งไทยจีน ของโปรดของเจ้าแม่ได้แก่ว่าว และมะพร้าวอ่อน หน้าวิหารเป็นจุดชมวิว มีผู้มาชมพระอาทิตย์ตกมากมายมีถนนวนขึ้นไปถึงยอดเขา ซึ่งเป็นจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่ง ขึ้นไปจะมองลงมาเห็นแหลมแท่น และหาดบางแสน โดยเฉพาะบริเวณอ่างศิลา ถ้าอากาศดี ๆ จะมองเห็นไปถึงเกาะสีชังที่ศรีราชาเดียว

เขาสามมุข มีลิงที่อยู่มานาน เปรียบเสมือนลิงที่อยู่คู่มากับเขาสามมุขเสียด้วยซ้ำ มีผู้นำอาหารมาให้ตลอดเวลา การให้อาหารลิงควรรักษาความสะอาดด้วย เพราะลิงไม่รู้จักวิธี และมักจะทิ้งถุงที่บรรจุอาหารไว้เรี่ยราด และบางตัวไม่กลัวครก็จะมาแย่งเอาที่มือก็มี ลิงพวกนี้เป็นลิงป่า แต่มาอาศัยอยู่นานแล้ว มาแพร่พันธุ์อยู่ที่นี่อย่างมากมายนับพันตัว ก็เช่นเดี่ยวกัยลิงที่ลพบุรีนั่นแหละ
จบการสักการะแม่สามมุขแล้ว ลงมาก็จะเลี้ยงซ้ายมาอ่างศิลาอีก แต่ถ้าเลี้ยงขวาก็จะไปบางแสน และออกถนนสุขุมวิทไปตลาดหนองมน และไปพัทยาได้ เสน่ห์ตลาดหนองมนยังคงขลังไม่เลิกเพราะรถรายังแน่เหมื่อเมื่อสมัยก่อนไม่มีผิด ถึงจะมีถนนสายตรงไปพัทยาโดยไม่ผ่านหนองมนแล้วก็ตาม ข้าวหลามที่นี่นับว่าเป็นต้นตำหรับไม่เป็นสองรองใคร อีกทั้งอาหารทะเลแห้งก็มากมาย นับว่าเป็นตลาดที่มีการจับจ่ายกันอย่างมากโดยเฉพาะฤดูท่องเที่ยว นอกจากข้าวหลามอันมีชื่อแล้ว ที่หนองมนยังมีห่อหมก หอยจ๊อ ทอดมัน และอาหารทะเลอื่น ๆ ที่ทั้งสด และตากแห้งอีกมาก ได้เวลากลับแล้ว ยังไม่เบื่อเลยอ่างศิลา....



โรงเรียนบ้านลำพระ