head-banlampra-min
วันที่ 20 ตุลาคม 2021 2:46 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านลำพระ
โรงเรียนบ้านลำพระ

กลิ่น จักรวาลที่มองไม่เห็น ณ ปลายจมูก

  • 0 ตอบ
  • 249 อ่าน
กลิ่น จักรวาลที่มองไม่เห็น ณ ปลายจมูก
« เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2020, 09:23:36 PM »
กลิ่น จักรวาลที่มองไม่เห็น ณ ปลายจมูก

ในแต่ละปี ผู้คนหมดเงินไปไม่น้อยกับเรื่องของกลิ่นเพื่อบรรเทา ฟื้นฟู กระตุ้นและเร้าใจ  แม้แต่ในประวัติศาสตร์ยังกล่าวว่า คลีโอพัตราวทำให้มาร์ก แอนโทนีหลงใหล โดยอาศัยกองกลีบกุหลาบ กลิ่นจัดเป็นหนึ่งในห้าประสาทสัมผัสพื้นฐานที่คนทั่วไปไม่ค่อยเห็นความสําคัญ ทั้งที่ในความจริงแล้วกลิ่นอาจเป็นสัมผัสที่มีอิทธิพลมากที่สุด  จนมีนักวิจัยศึกษาอย่างจริงจังเพื่อการค้นหาผลกระทบของกลิ่นที่มีต่อร่างกายและจิตใจของมนุษย์  และพบว่ากลิ่นมีอิทธิพลมากกว่าที่คิดกัน

นักประสาทวิทยาผู้ก่อตั้งมูลนิธิวิจัยและบําบัดด้านกลิ่น รส และทําวิจัยหลายเรื่องเกี่ยวกับฆานประสาทในแง่มุมที่แปลกน่าสนใจ  ระบุว่า “ปลายจมูกของเรามีจักรวาลที่มองไม่เห็น”   ซึ่งส่วนหนึ่งของการค้นพบที่สำคัญคือ กลิ่นของแอปเปิลสีเขียวอาจช่วยลดอาการปวดไมเกรน  ควันจากการย่างเนื้อทําให้รู้สึกว่าพื้นที่แคบลง กลิ่นมวลดอกไม้อาจกระตุ้นให้คนอยากซื้อรองเท้ากีฬาและเล่นเกมปริศนาเขาวงกตเสร็จเร็วขึ้น  การดมกลิ่นกล้วย แอปเปิลสีเขียว หรือสะระแหน่อาจช่วยในการลดน้ำหนัก   

การศึกษายังช่วยให้ทราบว่ากลิ่นอาจมีบทบาทในชีวิตตั้งแต่ก่อนการถือกำเนิดด้วยซ้ำ การวิจัยที่ศูนย์สัมผัสทางเคมี โมเนลในเมืองฟิลาเดลเฟีย ระบุว่า มนุษย์อาจได้รับผลกระทบของกลิ่นตั้งแต่อยู่ในมดลูก โดยผ่านทางการสูดดมของแม่ การได้กลิ่นบางชนิดตั้งแต่อยู่ในครรภ์อาจทําให้เรารู้สึกชื่นชอบกลิ่นนั้นเมื่อโตขึ้นได้ ดังนั้นคนที่ชอบกลิ่นกระเทียมอาจเกิดเพราะเหตุนี้และเป็นมาตั้งแต่เกิด

จมูกรับรู้กลิ่นได้อย่างไรนั้น  เหนือโพรงจมูกขึ้นไปเป็นบริเวณซึ่งทําหน้าที่รับรู้กลิ่น ลักษณะเป็นเยื่อบุจมูก พื้นที่บริเวณนี้ซึ่งขนาดเท่าแสตมป์ปกติหนึ่งดวงนั้น ประกอบด้วยเซลล์รับกลิ่นนับล้านๆ เซลล์ ซึ่งตรงปลายเป็นเหมือนขนที่แหวกว่ายอยู่ในชั้นเมือกของเยื่อบุ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเซลล์เหล่านี้ทําหน้าที่อย่างไร และกระบวนการที่เรารับรู้และจํากลิ่นได้อย่างไรนั้นยังคงเป็นเรื่องลี้ลับ   การที่จะได้กลิ่น สสารนั้นจะต้องระเหยได้จนส่งโมเลกุลลอยออกไป ตัวอย่างเช่น เราไม่สามารถได้กลิ่นหินอ่อนหรือกระจก แต่ได้กลิ่นเนยแข็ง โมเลกุลของกลิ่นลอยผ่านกระแสอากาศเข้าสู่จมูกผ่านการหายใจตามปกติ   

จะมีอากาศเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้นที่เข้าไปถึงส่วนบนสุดของโพรงจมูก นั่นคือเหตุผลที่ว่าทําไมเวลาที่เราต้องการดมกลิ่นบางอย่าง จึงต้องสูดดมเพื่อให้อากาศเข้าสู่ช่องจมูกอย่างแรง   จากนั้นโมเลกุลของกลิ่นจะเข้าไปจับกับเซลล์ตัวรับกลิ่น แล้วเส้นประสาทที่ซับซ้อนจะส่งข้อความไปยังสมอง   กลิ่นเชื่อมโยงโดยตรงกับระบบลิมปิก ซึ่งเป็นส่วนเก่าแก่ที่สุดของสมองในวิวัฒนาการของประสาทสัมผัส และเป็นแหล่งสร้างความรู้สึกรัก หลง เศร้า ด้วยเหตุนี้เวลาได้กลิ่นที่คุ้นเคยจากอดีต ความรู้สึกและความทรงจําต่างๆ จึงพรั่งพรู คนทั่วไปสามารถแยกแยะกลิ่นต่างๆ ได้ราว 10,000 ชนิด แต่เทียบไม่ได้กับความสามารถในการดมกลิ่นของสุนัข

เชื่อกันว่าสุนัขพันธุ์บลัดฮาวนด์ตามกลิ่นมนุษย์จากเหงื่อที่ติดมากับรองเท้า และสะเก็ดผิวหนังที่หลุดร่วงได้   ในบรรดากิจกรรมต่างๆ ที่อาศัยความสามารถของจมูกในการดมกลิ่น คงไม่มีอะไรเกินการชิมไวน์ หรือจะเรียกให้ถูกว่า การดมกลิ่นไวน์   นักชิมไวน์ในอุตสาหกรรมนี้จะมีพรสวรรค์ในการดมกลิ่น  ตามปกติเมื่อกลั้วไวน์ในปาก รสชาติเป็นเพียงสัมผัสในปากบอกได้แค่รสหวาน เปรี้ยว เค็ม หรือขม  รสชาติที่เหลือทั้งหมดแท้ที่จริงแล้วก็คือกลิ่น และกลิ่นอาหารส่วนใหญ่ที่มาถึงโพรงจมูกของเรานั้น มาจากส่วนหลังของคอหรือคอหอย ในกระบวนการที่เรียกว่า การดมกลิ่นย้อนหลัง  ซึ่งก็มีวิธีทดสอบง่ายๆ โดยให้บีบจมูก ขณะรับประทานลูกกวาดกลิ่นผลไม้ จะพบว่ารสชาติเหมือนกันหมด เวลาที่เราเป็นหวัดและไม่รับรู้รสอาหารนั้นเป็นเพราะเราสูญเสียประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นไปชั่วคราว นอกจากนี้เมือกหรือเยื่อบุจมูกที่บวมก็ไปขวางทางโพรงจมูกด้านบน

กลิ่นเริ่มแทรกซึมเข้ามามีบทบาทในแง่มุมต่างๆของชีวิตมนุษย์มากขึ้นทุกที ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ แนวคิดเรื่องการบําบัดด้วยกลิ่นเป็นที่นิยมแพร่หลาย ทั้งในสถานเสริมความงาม   สปา ไปจนถึงยักษ์ใหญ่ในวงการเครื่องสําอางต่างเข้ามาร่วมวงไพบูลย์ โดยเชื่อกันว่าน้ำมันสกัดจากพืชมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยในการบําบัดรักษาอันเป็นแนวคิดที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคอียิปต์และอินเดียโบราณ  แต่แนวคิดนี้สร้างความสับสนได้เหมือนกัน เพราะการใช้น้ำมันไม่จําเป็นต้องสูดดมเข้าไปโดยตรง สามารถใช้เป็นไอระเหยในห้อง ใช้นวดตามร่างกาย หรือเติมในน้ำร้อนแช่อาบ  เชื่อกันว่าน้ำมันกุหลาบป้องกันโรคติดเชื้อ  บรรเทาความเครียดของเส้นประสาท และช่วยกระตุ้นความต้องการทางเพศ   

ว่ากันว่าน้ำมันต้นชาจากออสเตรเลียรักษาแผลและทําให้ระบบทางเดินหายใจปลอดโปร่ง ยี่หร่าอาจมีส่วนช่วยให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์   ในขณะที่วิทยาศาสตร์พยายามกลั่นกรองข้อเท็จจริงออกจากตํานานอยู่  ธุรกิจต่างๆ ก็ใช้ประโยชน์จากกลิ่นมานานแล้วในการดึงดูดใจให้ซื้อของ เช่น กระจายกลิ่นคุ้กกี้ที่อบใหม่ๆ ไปทั่วร้านขนมอบ หรือ พ่นกลิ่น “รถใหม่” ในเครื่องยนต์เก่า ส่วนที่เรียกว่า “กลิ่นในบรรยากาศ” มีความซับซ้อนมากกว่านั้น ในยุคเริ่มต้น วิธีการนี้เฟื่องฟูมากในญี่ปุ่น บริษัทต่างๆ มักใช้ระบบกระจายกลิ่นไปทั่วสํานักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและในขณะเดียวกันก็คลายความเครียดให้กับพนักงาน เช่น กลิ่นมะนาวใช้เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า กลิ่นสะระแหน่ทําให้ตื่นตัว และกลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยผ่อนคลาย

ผู้เชี่ยวชาญแสดงทัศนะว่าแนวคิดทํานองนี้คงไม่เป็นที่นิยมเท่าไรนักในสหรัฐฯ เพราะเชื่อว่าคงไม่มีใครยอมให้มีการเอากลิ่นไปปล่อยตามตึกให้คนดมโดยไม่มีทางเลือก  แต่เท่าที่ผ่านมางานวิจัยชี้ว่ากลิ่นมีอิทธิพลต่ออารมณ์  ซึ่งในการศึกษาที่ศูนย์มะเร็งสโลน ในนครนิวยอร์ก แพทย์พบว่ากลิ่นคล้ายวานิลลาช่วยให้คนไข้ลดความตื่นกลัวในการทํา “เอ็มอาร์ไอ” สแกน แต่จะเป็นเพราะกลิ่นวานิลลาเอง หรือเพราะกลิ่นนี้ทําให้นึกถึงขนมอบและบรรยากาศแบบสบายๆ ในบ้านที่ทําให้เกิดผลดังกล่าว ก็ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

การปฏิวัติเรื่องกลิ่นยังคงดําเนินต่อไป และในอนาคต กลิ่นอาจช่วยปลุกให้เราตื่น ทําให้กระตือรือร้นในที่ทํางาน ช่วยลดความ อยากอาหาร และสร้างอารมณ์รักให้เรา อาจเป็นการดีไม่น้อยถ้าจะไม่ต้องเผชิญกับกลิ่นฉุนรุนแรงจากพนักงานสาธิตน้ำหอมตามห้างสรรพสินค้า และกลิ่นกวนจมูกที่อาบมาในใบแทรกตามนิตยสารต่างๆ  ตราบใดที่เรายังต้องหายใจ คง หลีกไม่พ้นที่จะต้องดมกลิ่น



โรงเรียนบ้านบำพระ